งานศิลปะ 3 มิติ งานศิลปะสมัยใหม่

งานศิลปะเป็นงานอีกด้านหนึ่งที่ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ในตัวเดียวกัน อีกทั้งงานศิลปะเองก็มีการพัฒนาตัวเองทั้งด้านแนวคิด ปรัชญา วิธีการใช้สี แนวทางลายเส้นและอีกมากมาย เพื่อพัฒนางานขึ้นมา งานศิลปะแบบ 3 มิติ กลายเป็นแนวทางการสร้างงานศิลปะรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมมากในบ้านเรา มาทำความรู้จักกับสิ่งนี้กัน

งานศิลปะ 3 มิติคืออะไร

งานศิลปะแนวทางนี้ ให้อธิบายก็คือ มันจะเป็นภาพที่จะทำให้เรารู้สึกว่าเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง อาจจะใช้ภาพลวงตา การบิดเบือนมุมมอง จากด้านกว้าง ยาว สูง ทำให้เรารู้สึกว่าเหตุการณ์นั้นไม่ได้อยู่แค่ในภาพอย่างเดียว บางแห่งมีการสร้างงานศิลปะ 3 มิติให้คนสามารถเข้าไปถ่ายภาพเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของภาพด้วย แถมภาพจะให้อารมณ์ความรู้สึกอีกต่างหาก ยกตัวอย่างเช่น หากเรานั่งภาพ 3 มิติดอกบัว พอถ่ายภาพแล้วภาพที่ได้จะเหมือนเรานั่งอยู่บนดอกบัวจริงๆ

ประวัติความเป็นมา

แม้จะบอกว่า ศิลปะ 3 มิติเป็นแนวทางงานศิลปะแบบสมัยใหม่ แต่ความจริงแล้ว งานศิลปะแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ตามประวัติบอกว่า ศิลปะแนวนี้มีชื่อว่า ศิลปะแบบทรอมพลุยล์ มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยงานศิลปะยุคบาโรก แต่บางตำราบอกว่าต้นกำเนิดน่าจะมาจากยุคสมัยกรีกและโรมันที่จะเอาไว้เขียนในประตูหน้าต่าง, โถงทางเดิน เพื่อทำให้บริเวณดังกล่าวดูมีพื้นที่มากขึ้น จากนั้นก็พัฒนามาจนถึงปัจจุบัน

จุดเด่นของงานศิลปะ 3 มิติ

งานศิลปะแบบนี้มีจุดเด่นก็คือ การสร้างความพิศวงงงงวยให้กับผู้พบเห็นได้เลยตั้งแต่แรกเห็น งานศิลปะแบบนี้อาจจะมองไม่ออกว่าต้องการสื่ออะไร ภาพเป็นแบบไหน แต่พอยืนเพ่งดูสักพักก็จะเข้าใจมุมมองที่บิดเบือนดังกล่าวออกไป สองจุดเด่นคือการให้ผู้เสพงานศิลป์มีส่วนในการเล่น หรือ เสพงานนั้นด้วย บ้านเราจะเน้นส่วนนี้มากขึ้น จะเห็นได้จาก ภาพสามมิติที่มีการเว้นที่ว่างเอาไว้ เพื่อให้เราเข้าไปถ่ายรูปตรงนั้นได้ อย่างเช่น ภาพรอยแยกของแผ่นดิน ที่เราสามารถไปยืนบริเวณรอยแยกจนเหมือนกับเรากำลังจะตกลงไปในรอยแยกของแผ่นดินจริงๆ

ธีมต้องชัด

เมื่อศิลปะ 3 มิติได้รับความสนใจแบบก้าวกระโดด ทั้งแบบงานสมัครเล่น หรือ งานแบบมืออาชีพเปิดแกลลอรี่ให้เข้าชม ศิลปินจึงต้องสร้างธีมของงานตัวเองออกมาให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้เสพงานรู้ว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไร อย่างเช่น หากเป็นงานศิลปะในวัด ธีม เรื่องบาปบุญคุณโทษ นรกสวรรค์ต้องมา เป็นต้น ปัจจุบันมีงานศิลปะ 3 มิติเยอะมากตามหัวเมืองใหญ่ของประเทศ ลองไปพิสูจน์กันได้