ประวัติของภาพวาด The Scream

The Scream  เป็นหนึ่งในภาพวาดที่มีชื่อเสียงของโลก ถูกนำมาล้อเลียน ในภาพยนตร์ หรือการ์ตูนต่างๆมากมาย โดยภาพนี้เป็นภาพของชายคนหนึ่ง ซึ่งกำลังทำท่ากรีดร้องและเอามือทั้ง 2 ข้างป้องหู ผลงานนี้ไม่ได้มีเพียงชิ้นเดียว เพราะมันเป็น 1 ใน 4  ของผลงานชุด The Scream โดยงานชิ้นดังที่สุดเป็นเพียงชิ้นเดียวที่อยู่ภายใต้การเก็บของเอกชน ภาพวาดนี้ เขียนขึ้นเมื่อปี ค.ส. 1895 เป็นภาพ The Scream เพียง Version เดียวที่ไม่ได้ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ของประเทศNorway  ภาพนี้มีชื่อเสียงโด่งดังและรู้จักกันอย่างกว้างขวางในวงการศิลปะทั่วโลก อันเนื่องมาจากอารมณ์อันหวาดกลัวที่สามารถสื่อออกมาได้อย่างชัดเจนจากชายในภาพ รวมทั้งมีการการใช้สีสันอันสะท้อนถึงการดำรงอยู่ของความกังวลบวกกับความท้อแท้สิ้นหวัง The Scream  เป็นผลงานมีสีสันสดใสอีกทั้งยังคงมีชีวิตชีวาที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นเพียงงานชิ้นเดียวที่ Munch ได้เขียนกลอนลงไป เพื่อเป็นการอธิบายถึงแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงานชิ้นนี้ โดย Munch กล่าวอธิบายไว้ว่า รู้สึกสั่นเทาและวิตกกังวล เขารู้สึกถึงการกรีดร้องอันยิ่งใหญ่ในธรรมชาติ

ประวัติของภาพวาด The Scream 

ในปี 1893  ตอนเย็นของวันหนึ่ง เมื่อดวงอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้า Edvard Munch กำลังเดินเล่นอยู่กับเพื่อนของเขาอีก  2 คน ท้องฟ้าก็ได้เป็นสีเลือด มันทำให้เขารู้สึกหมดแรง จนยืนไม่ไหวต้องอาศัยพิงรั้วข้างทาง บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยสีแดงฉานดั่งเปลวเพลิง แต่เพื่อนของเขาก็ยังเดินกันต่อไป ในขณะที่เขากำลังยืนตัวสั่นด้วยความกังวลใจ และทันใดนั้นเองเขาก็รู้สึกถึงเสียงกรีดร้องของธรรมชาติบาดลึกไปถึงจิตวิญญาณ  จนก่อเกิดแรงบันดาลใจอันมหาศาล ให้เขาได้ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นภาพวาดแนว  Expressionist ซึ่งเขาได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกมาใส่ในรูปบันลือโลกนี้

จากการวิเคราะห์คนในภาพคงจะเป็น Edvard ส่วนท่าทางเป็นอาการของคนวิตกจริต สาเหตุมาจากเสียงรบกวน ซึ่งไม่มีคนอื่นได้ยิน มีแต่เขาเท่านั้นที่รับพลังงานนั้นได้ ในขณะที่เพื่อนๆซึ่งไม่ได้ยินอะไร กลับเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ทิ้งให้เขาในสภาพตกใจสุดขีดยืนอยู่อย่างเดียวดาย ส่วนสีของท้องฟ้านั้นอาจเป็นเรื่องจริง ที่  Munch เห็นกับตา และมโนเสียงความน่ากลัวเอาเองได้ เนื่องจากในช่วงเดียวกันนั้น ภูเขาไฟ ณ เกาะ Krakatoa ประเทศอินโดนีเซีย ได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น ทำให้เถ้าถ่านภูเขาไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างผลกระทบให้บรรยากาศไปทั่วทั้งโลก หรือความจริงแล้ว Edvard Munch อาจมีหูวิเศษ สามารถได้ยินเสียงระเบิดจากดินแดนอันไกลโพ้น จนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้วาดภาพ The Scream ก็เป็นได้